Follow or share

The Standard Grill

ครั้งนี้เราพาทุกคนมาลิ้มลองอาหารสไตล์อเมริกันกันที่ The Standard Grill ห้องอาหารสเต็กเฮาส์บราสเซอรี่สุดคลาสสิกที่มีกลิ่นอายความเป็นนิวยอร์กซิตี้อยู่ ซึ่งที่นี่ถือว่าเป็นก้าวแรกสู่สากลของ The Standard Grill ที่เปิดนอก New York โดยจะเปิดอยู่ที่ชั้น 5 ของ The Standard, Bangkok Mahanakhon 

 

ภายในร้านจะถูกแบ่งออกเป็น 2 โซนด่วยกัน โซนแรกคือโซน Cafe ที่ช่วงเช้าจะเป็นห้องอาหารเช้าสำหรับแขกที่เข้าพักในโรงแรม ส่วนตอนกลางวันและตอนเย็นก็จะเสิร์ฟอาหารที่เน้นไปทางสไตล์อเมริกัน มีทั้งเมนู Salad, Burger, Sandwich และเมนู Dessert 

 

และถ้าเดินเข้ามาอีกหน่อยจะเป็นโซน Grill ที่เราได้ลองมาทานอาหารกันในวันนี้ ซึ่งห้องอาหารนี้จะเสิร์ฟตั้งแต่เมนูเนื้อวัวสุดพรีเมียมที่นำไปกริลล์จนเนื้อนุ่มชุ่มลิ้น เมนูพาสต้าเส้นสด หรือเมนูซีฟู้ดโดยเฉพาะปลาที่สดใหม่ โดยจะหมุนเวียนเปลี่ยนไปตามฤดูกาล ซึ่งวันนี้เราได้ทานเป็น Glacier 51 Toothfish เมนูปลาเนื้อขาวที่นำเข้าจากออสเตรเลีย บอกเลยว่าอร่อยมากๆ นอกจากนี้ก็ยังมีเมนูอื่นๆให้เลือกอีกมากมาย

เมนูที่เราทานวันนี้จะเริ่มที่ Appetizer กันก่อน เราทานเป็น Bluefin tuna crudo เมนูปลาดิบสไตล์อิตาเลียนที่เลือกใช้เนื้อปลาทูน่ามาสไลด์แล้วราดด้วย Vinaigrette ที่มีส่วนผสมของน้ำมันมะกอกและน้ำส้มสายชู ทำให้ช่วยดึงรสชาติของปลาทูน่าออกมาได้ดีเลย

เมนูต่อมาจะเป็น Charcoal grilled asparagus หน่อไม้ฝรั่งย่าง ทานคู่กับไอเบอริโกแฮม หนึ่งในแฮมที่แพงที่สุดในโลก และไข่ต้มออนเซน ความเค็มของแฮมกับหน่อไม้ฝรั่งคือเข้ากันมากๆ 

และอีกเมนูที่ไม่ควรพลาดคือ Charcoal oven roasted Pattaya calamari ถ้าเปรียบเทียบให้เห็นภาพ ก็จะเหมือนเป็นเมนูหมูสามชั้นกับปลาหมึกไปผัดเผ็ดสไตล์อิตาเลียน ทานคู่กับขนมปังกระเทียม ตอนแรกรสชาติก็จะเอ๊ะๆ หน่อย แต่ทานไปทานมาคืออร่อยเลย ไม่เลี่ยนด้วย

ต่อมาเราจะพักท้องด้วยเมนู Jerusalem artichoke soup เป็นซุปที่มีส่วนผสมของ brown butter มีความมันๆ และหอมๆ ของกลิ่นถั่ว โรยด้วย Almond อีกที ตอนแรกเห็นหน้าตาแล้วคิดว่าน่าจะเฉยๆ แค่พอได้ลองชิมแล้วคือตาโตเลย อร่อยน้ำตาไหลจริงๆ

Squid Ink Linguine เมนูพาสต้าเส้นสดที่เลือกใช้เส้น Linguine ที่มีส่วนผสมของหมึกจากปลาหมึกทำให้เส้นมีสีดำ ผัดกับปลาหมึก มะเขือเทศ และพริก เมนูนี้จะเป็นเมนูแบบผัดแห้ง ไม่ใช่เมนูครีมซอส ไม่ต้องกลัวเลี่ยนเลย

ต่อมาก็ถึงเวลาของ Main Course แล้ว เมนูแรกที่เราลองทานวันนี้จะเป็น Glacier 51 Toothfish เมนูปลาเนื้อขาวนำเข้าจากออสเตรเลีย เป็นหนึ่งในเมนูปลาที่เราชอบที่สุดเลย นำไปย่างจนหนังกรอบ เสิร์ฟพร้อมกับซอส 4 แบบ 4 สไตล์ เราจำชื่อแต่ละตัวไม่ได้แต่ว่าตัวที่เราชอบจะเป็นซอสตัวที่ถั่วเยอะๆ 

อีกเมนูที่ได้ลองทานจะเป็น Amelia Park lamb cutlets เนื้อแกะจานนี้ก็นำเข้าจากออสเตรเลียเหมือนกัน นำไปย่างจนสุกระดับ medium rare เพราะถ้าแนื้อแกะสุกเกินไปจะทำให้เนื้อเหนียว เสิร์ฟพร้อมกับซอสพริกไทยเขียว ที่รสชาติจะไม่ำค่อยเผ็ด แต่ว่าจะมีความหอมๆ กว่าพริกไทยแบบอื่นๆ ที่เคยทานมา

ส่วน Side Dishes ที่เราสั่งจะมีเป็น Roasted Baby Carrots เมนูเบบี้แครอท ที่ใช้วิธีการย่างกับ Bourbon ท็อปด้านบนด้วย Almond, Charcoal Grilled Fennel เมนูผักเฟนเนลที่นำไปย่างกับถ่าน หรือว่าจะเป็น Potato Millefeuille เมนูมันฝรั่งที่ถูกนำไปทำให้เป็นแผ่น ก่อนที่จะมาทำเป็นชั้นๆ เหมือนกับขนม Millefeuille เป็นเมนู Side Dish ที่หมดก่อนเพื่อนเลย

ปิดท้ายเมนูวันนี้ด้วย เมนูของหวานอย่าง Pavlova บอกเลยว่าเป็นเมนูที่หาทานได้ยาก ด้านในจะเป็น Raspberry sorbet และ Rhubarb compote ทานพร้อมกับ Mascarpone cream, Strawberry และ Raspberry syrup จะมีความเปรี้ยวหวานๆ บอกเลยว่าสาย Berry ต้องถูกใจเมนูนี้แน่นอน



ส่วนอีกเมนูจะเป็น Chocolate Texture เมนูนี้จะมีการแบ่งเป็น layer ด้านบนจะเป็น Chocolate cream ส่วนด้านล่างจะเป็น Hazelnut praline แนะนำให้ตักลงไปถึงจนถึงก้นถ้วยแล้วทานเป็นคำเดียวเลย บอกเลยว่าเป็นเมนูที่ปิดท้ายมื้ออาหารได้แบบฟินๆ เลย

INFO

HOURS :

Cafe 6.30 – 10.30 / 12.00 – 22.30 (Everyday) 

Grill 12.00 – 14.30 น. / 17.30 – 22.30 (Everyday)




TEL :

02 085 8888

ADDRESS :

MAP >

PARKING :

Available